สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด

สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด Steven George Gerrard บุรุษผู้สร้างอนาคตให้กับหงส์แดง ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

02/05/2020
สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด

สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด Steven George Gerrard บุรุษผู้สร้างอนาคตให้กับหงส์แดง ข่าวฟุตบอลทั่วโลก

สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด Steven George Gerrard บุรุษผู้สร้างอนาคตให้กับหงส์แดง ข่าวฟุตบอลทั่วโลก เกิด 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 (39 ปี)

เกิด 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 (39 ปี)สถานที่เกิด วิสตัน อังกฤษ ส่วนสูง 183

ตำแหน่ง กองกลาง

Steven George Gerrard ในวัยเด็กของชายผู้เป็นตำนานของลิเวอร์พลูคนนี้นั้นมีเรื่องเล่ากันอยู่ว่าในวัยเด็กของสตีเว่น มีโอกาสจะได้ใส่เสื้อของ ปีศาตแดง แต่เขากลับปฏิเสธไป

แถมเขายังเอาเรื่องที่ถูกถาบทามไปกดดันแมงมองของฝั่ง “หงส์แดง” ให้รีบยื่นสัญญานักเตะฝึกหัดมาให้อีกเหตุเพราะเขาอยากเป็นเล่นที่แอนฟิลด์มากกว่า

สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด ชายผู้เป็นตำนานของลิเวอร์พลู เขาได้กำเนิดในวันที่ 30 พฤษาคม ค.ศ 1980 เป็นนักฟุตบอลสัญญาติแดนผู้ดีและเขาได้รับตำแหน่งรองกัปตันทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

เจอร์รารฺดนั้นเป็นคนเมอร์ซี่ยไซด์ตั้งแต่กำเนิด เขาเกิดและเติบโตในย่านฮายตัน ณ เมืองลิเวอร์พลู ทำให้มีเลือดของความเป็นสเกาเซอร์อยู่เต็มสายเลือด และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เขาได้เติบโตในบ้านของ หงส์แดงมากกว่าที่จะเป็นอยู่กับเมืองของเอฟเวอร์ตัน

ณ เวลาต่อมานี่เอง เจอร์ราร์ด จะโดนทีมอื่นชิงตัวไปมากถึง 2 ครั้งจากเซลชี แต่สุดท้ายเขาก็ต้องการเป็นตำนานของ หงส์แดง

สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด ได้รับโอกาสในการลงสนามจากการเปิดทางของเชราร์ อุลลิเยร์ อดีตโค้ชของหงส์แดง ที่มอบเสื้อสีแดงสดใสแสบตาให้ในปี 1998 และเขายังเป็นผู้ฝึกวิชาให้กับเจอร์ราร์ดอีกด้วย โดยในช่วงแรกนั้นเจอร์ราร์ด โดนจับไปเล่นในหลายตำแหน่ง ซึ่งทำให้เจอร์ราร์ด มีความสามารถที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง ช่วยทีมได้เป็นอย่างดี และ เป็นข้อดีของเขาจนถึงวาระที่เขาแขวนสตั๊ด

ลิเวอร์พูล

การเริ่มต้น (1998–2004)

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998 เจอร์ราร์ดได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเป็นนัดแรก ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ โดยสิ้นสุดฤดูกาลนี้เขาลงเล่นให้ทีม 12 นัดซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นตัวสำรอง

เจอร์ราร์ดได้มีโอกาสเล่นชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลอย่างเต็มตัว โดยเขาลงเล่น 29 นัด ยิงได้ 1 ประตู ประตูแรกของเจอร์ราร์ดเกิดขึ้นในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เชฟฟีลด์เวนส์เดย์ 4-1 ซึ่งเขาเปลี่ยนมาเล่นบทมิดฟิลด์ตัวปะทะ ทำให้ได้รับ ใบเหลือง และ ใบแดง บ่อยครั้ง

เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 33 นัด ยิงได้ 7 ประตู และลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพ อีก 9 นัดทำได้ 2 ประตู พาทีมลิเวอร์พูลคว้าทริปเปิลแชมป์ ลีกคัพ , ยูฟ่าคัพ และ เอฟเอคัพ ในฤดูกาลเดียว รวมถึงทำประตูแรกในศึกแดงเดือดเอาชนะคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0

เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 28 นัดยิงได้ 3 ประตู และช่วยให้ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล ได้เป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก รวมถึงเอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ทั้งเหย้าและเยือนอีกด้วย และในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ลงเล่น 12 นัดกับอีก 1 ประตู ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ (PFA Young Player of the Year) รวมถึงได้ถ้วยในประเทศ ชาริตีชีลด์ จากการเอาชนะคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-1

เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 34 นัด ยิงได้ 5 ประตู และช่วยให้ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 5 แต่ เจอร์ราร์ด ก็โดน ใบแดง ไล่ออกจากสนามในนัดสุดท้ายของฤดูกาลอีกด้วย และลงเล่นเกมยุโรปอีก 11 นัด และพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล 2-0 โดย เจอร์ราร์ด และ ไมเคิล โอเวน ช่วยทำประตูในเกมนี้

เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 34 นัด ยิงได้ 4 ประตู และช่วยให้ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 4 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพ 8 นัด ยิงได้ 2 ประตู และในฤดูกาลนี้เจอร์ราร์ดได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล แทนที่ ซามี ฮูเปีย