สุขพร วงศ์เชียงคำ ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงิน หมื่นในไทย

สุขพร วงศ์เชียงคำ ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงิน หมื่นในไทย

16/06/2020
สุขพร วงศ์เชียงคำ  ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงิน หมื่นในไทย

สุขพร วงศ์เชียงคำ ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงิน หมื่นในไทย

สุขพร วงศ์เชียงคำ ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงิน หมื่นในไทย ไอคอนลูกหนังฟุตบอลลาวที่เป็นแบบฉบับความใจสู้ใช้ความสามารถเชิงฟุตบอลเลี้ยงดูตัวเองจนประสบความสำเร็จบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพเขาคือแบบอย่างเยาวชนลูกหนัง

สปป.ลาว ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับเด็กๆในประเทศในการต่อสู้ก้าวเดิน ปัจจุบันแข้งเกมรุกวัย 28 ปี จากลาวโลดแล่นในฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยกับสโมสรฟุตบอล “ต่อพิฆาต” ประจวบ เอฟซี  

    ตลอดระยะเวลาการค้าแข้งในไทย สุขพร วงศ์เชียงคำ สร้างการยอมรับมากมายในการลงเล่นจนมีสัญญาอาชีพกับหลายๆสโมสร กระบี่ เอฟซี,พิษณุโลก เอฟซี,สระบุรี เอฟซี,ศรีสะเกษ เอฟซี,ชัยนาท ฮอร์นบิล และ  ประจวบ เอฟซี ก้าวแรกของฟุตบอลอาชีพในไทยแม้ว่าจะเริ่มต้นกับกระบี่ เอฟซี  แต่ช่วงก่อนหน้านั้นปี 2009

ถูกดึงมาร่วมทีมบีอีซี เทโรฯ ในระดับเยาวชนจากคำแนะนำของ “กอล์ฟ” ภูเบศ ศุภพิพัฒน์ ที่เข้าไปทำงานด้านฟุตบอลในประเทศลาว ตอนนั้นได้ร่วมเล่นกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์  รับเงินเดือน 25,000 บาท เพราะช่วงนั้นขยับไปติดทีมชาติลาวชุดใหญ่ ขณะที่ ชนาธิป รับเงินเดือนเพียง 5,000 บาท

    ด้วยการก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ในทีมชาติลาว สุขพร ต้องการพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรบนลีกสูงสุดของไทยจึงตระเวนทดสอบฝีเท้ากับสโมสรต่างๆในเมืองไทยทุกอย่างไม่เป็นใจรวมไปถึงช่วงนั้นต้องกลับไปจัดการเรื่องการเรียนที่ยอมดรอปเทอมสุดท้าย ม.ปลาย เพื่อเล่นฟุตบอลจึงเลือกกลับประเทศลาวไปเล่นให้กับต้นสังกัดอย่าง

เอซรา เอฟซี  ก่อนที่จะกลับมาไทยอีกครั้งช่วงปี 2013 พร้อมเริ่มต้นชีวิตฟุตบอลอาชีพที่เมืองไทยกับสโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี ในยุคที่ไม่มีโควตาอาเซียนต้องต่อสู้อย่างสุดขีดจนได้ลงสนามพร้อมกับสวมบทบาทกัปตันทีม ที่นี่เองทำให้เกิดลิขิตรักข้ามพรมแดนของหนุ่มลาวสาวไทยโยงใยความสัมพันธ์หัวใจสร้างครอบครัวเป็นหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

    ย้อนกลับไปวัยเด็กก่อนที่ สุขพร วงศ์เชียงคำ จะมาสร้างปรากฏการณ์ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทยด้วยการร่วมทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ลาว (สโมสรเอซร่า) บุกมาคว้าแชมป์ชัยพงษ์ คัพ ที่ จ.พิจิตร ครั้งนั้นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพร้อมกับลงปะทะแข้งกับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สารัช อยู่เย็น, อาทิตย์ ดาวสว่าง

ที่ต่างก็ลงเล่นให้กับสถานศึกษาของตัวเอง หากจะย้อนกลับไปให้ลึกกว่านั้นชีวิตของ สุขพร  วงศ์เชียงคำ  วัยเด็กลำบากสุดๆเขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นในแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ก่อนที่จะระเห็จไปอยู่ที่ปากเซADVERTISING

    ครอบครัวของสุขพร คือครอบครัวลูกหนังแม้ว่าจะไม่ถึงกับติดทีมชาติแต่ทุกคนในบ้านคือนักฟุตบอลตัวยงคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับท้องถิ่น พี่ชายของเขาอีก 3 คนก็เป็นนักฟุตบอล รวมไปถึงน้องสาว ทั้งครอบครัวมี สุขพร วงศ์เชียงคำ และ เพชรภูธร

วงศ์เชียงคำ  ที่กล้าท้าฝันไปจนติดทีมชาติ สร้างความภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมากยอดแข้งแห่งจำปาศักดิ์เล่าว่าสมัยเด็กๆลำบากมากแม้ว่าอาหารประจำวันทุกคนจะต้องกินปลาร้า,ข้าวเหนียว,ผัก แต่คนที่ส่วนใหญ่ก็จะมีอาหารมาหมุนเวียนมากินให้อิ่มมีความสุข

    ครอบครัวเราต้องสู้กับความยากจนมีอะไรก็กินแบบนั้นทุกคนต้องมีชีวิตเพื่อวันพรุ่งนี้  ความสุขอย่างเดียวที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่จำความได้คือเรื่องของฟุตบอลช่วงเย็นๆเราจะไปเตะบอลตามลานกว้างในจำปาศักดิ์หรือไม่ก็บริเวณวัดสนามมันก็ไม่ได้ดีอะไรเท้าเปล่าๆก็จะสาดไปกับพื้นดินบางทีก็เจ็บตัวบ้างเจอเศษแก้วบ้าง แต่มันก็มีความสุขดี

ยิ่งช่วงที่คนในครอบครัวลงสนามแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆแถวบ้านก็ต้องตามไปเชียร์ ฟุตบอลคือความสนุกแต่ถ้าคิดว่ามันจะเลี้ยงชีพมันคงเป็นเรื่องตลกสำหรับคนในประเทศลาวเพราะคำว่าฟุตบอลอาชีพยังไม่ชัดเจน ยิ่งเสียงบ่นของแม่ล่องลอยอยู่ในหัวยามที่นั่งใช้ชีวิตอยู่บนล้อเกวียนไปช่วยงานที่บ้านคำตอบที่คลอดออกมาเสมอคือมันคงเป็นเรื่องยาก

    วิถีลูกหนังของ สุขพร วงศ์เชียงคำ ชัดเจนขึ้นเมื่อผ่านการคัดเลือกตัวจากโครงการของสโมสรเอซร่า พร้อมกับขยับสู่การเป็นผู้เล่นระดับเยาวชนทีมชาติลาวในเวลาต่อมา จากปากเซ มุ่งหน้าสู่เวียงจันทร์ระยะทางไกลกว่า 700 กม.พาอนาคตของแข้งร่ายนี้ไปฝากฝังไว้ที่โรงเรียนสาธิตลาวเพื่อเรียนและเล่นฟุตบอลในระดับมัธยม

เมื่อเล่นทีมชาติครั้งแรกเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศด้วยการนั่งเครื่องจึงเกิดขึ้นเป้าหมายคือ มาเลเซีย คืนนั้นทั้งคืนเขานอนไม่หลับตื่นเต้นนึกถึงผิวสัมผัสทางอารมณ์บนท้องฟ้าและไม่คิดว่าจากที่เคยโดยสารเกวียนจะมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินกับเขาในชีวิต