ฟุตบอลวันวาน ชนานันท์ฟุตบอลไทย

วันวาน ชนานันท์ จากวันนั้น วันนี้รวยเป็นเจ้าของไร่รีสอร์ต

07/04/2020
วันวาน ชนานันท์ จากวันนั้น วันนี้รวยเป็นเจ้าของไร่รีสอร์ต

วันวาน ชนานันท์ จากวันนั้น วันนี้รวยเป็นเจ้าของไร่รีสอร์ต

วันวาน ชนานันท์ จากวันนั้นเป็น นักเตะ วันนี้รวยเป็นเจ้าของไร่รีสอร์ตเส้นทางฟุตบอลของแต่ละคนกว่าจะเติบโตมีความมั่นคงและสานฝันของตัวเองต้องผ่านอะไร?มากมาย บางคนจบระหว่างทาง บางคนเดินทางสู้ชีวิตแบบกระท่อนกระแท่น รวมไปถึงบางคนรุ่งโรจน์โชติช่วง วัฒนธรรมการต่อสู้บนถนนเส้นนี้มีหลากหลายรูปแบบ จุดหนึ่งที่น่าสนใจในสังคม ฟุตบอลไทย คือเรื่องของครอบครัวเพราะแต่ละครอบครัวฟูมฟักแตกต่างกัน ครอบครัว “ป้อมบุปผา”ก็เช่นกันเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ปูทางจนลูกประสบความสำเร็จ

ธนกิจ  ป้อมบุบผา คุณพ่อของ “ทู” ชนานันท์ ป้อมบุบผา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยและสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด หลายคนคงสับสนว่า “ทู” ชนานันท์ เป็นชาวจังหวัดอะไร?เกิดที่ไหน? ระหว่างปทุมธานี หรือสุพรรณบุรี คุณพ่อไขคำตอบให้ฟังว่า ตัวคุณพ่อเองเป็นคนสุพรรณบุรี ตั้งแต่กำเนิดย้ายรกรากมาอยู่ จ.ปทุมธานี แถวลำลูกกา เพื่อทำธุรกิจ จนให้กำเนิด พี่ชายชนานันท์ และ ชนานันท์ พร้อมกับใช้ชีวิตครอบครัวที่ จ.ปทุมธานี สำหรับ “ทู” เกิดที่ รพ.ภูมิพล เป็นชาวปทุมธานี แต่มีเชื้อสายสุพรรณบุรี

    คุณพ่อของ ชนานันท์ อดีตเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อ ชื่นชอบเป็นพิเศษชนิดที่เดินสายทำการแข่งขันในจังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงวัยรุ่นเข้าบ่มเพาะวิชาชีวิตในวิทยาลัยเกษตรสุพรรณบุรี เพราะเป็นคนชื่นชอบธรรมชาติเห็นอะไรที่มันเขียวๆก็เจริญหูเจริญตาดูสดชื่นผ่อนคลาย

ฟุตบอล กับ ลูกทั้งสอง

    จริงๆสายเลือดกีฬาไม่ว่าคนในครอบครัวจะเล่นกีฬาอะไร? ครอบครัวย่อมส่งสัญญาณบวกสนับสนุนทันที ภราดร ป้อมบุบผา พี่ชายแท้ๆของ ชนานันท์ กระโดดเข้าสู่วงการ ฟุตบอล จนถึงขั้นติดทีมสโมสรโอสถสภา ในตำแหน่งกองกลาง กลายเป็นจุดต่อฝันของ ชนานันท์ และครอบครัวที่ทยอยเดินตามกันเป็นสเตป ช่องห่างพี่น้อง 5 ปี จึงแสดงออกมาได้ทั้งแรงบันดาลใจ แบบอย่างการใช้ชีวิตการติดสอยห้อยตามพร้อมตะบัน ฟุตบอล ข้างสนามพัฒนาขึ้นมาเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่พี่ชายได้ในที่สุด

  คุณพ่อ ธนกิจ ป้อมบุบผา เล่าให้ฟังว่า ช่วง ชนานันท์ เข้าเรียน ม.ต้น ที่ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี ช่วงนั้นลูกตั้งใจมากอยากไปให้ถึงฝันคือการพัฒนาตัวเองให้มากกว่าการเล่นฟุตบอลนักเรียนทั่วไป สมัครสอบเข้าเรียนพร้อมกับไปร่วมคัดโครงการช้างเผือก แต่สุดท้ายโครงการนี้ล้มลงเพราะเหตุบางประการ จนรู้สึกสงสารลูกว่าสิ่งที่เขาตั้งใจทลายไปในพริบตา จึงวางแผนชีวิตใหม่ให้ลูก ด้วยการวางแนวทางชีวิตในอนาคตใหม่ให้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เริ่มเก็บข้อมูลโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ แต่สุดท้ายแววตาของลูกส่งสารขยี้มายังหัวใจพร้อมคำตอบจากปากลูกว่า “พ่อผมอยากเป็นนักฟุตบอล”

เพื่อนข้างบ้านจุดเปลี่ยนลูกหนัง

    เมื่อต้องเดินเส้นทางสาย ฟุตบอล คนเป็นพ่อและแม่ก็ต้องพยายามดิ้นรนไขว่คว้าหาข้อมูล โรงเรียนที่สนับสนุน ฟุตบอล จริงๆ พุ่งเป้าไปที่ ร.ร.กีฬา ทั่วประเทศ  พ่อพา “ทู” ไปสมัครทดสอบมาหมดทั้งสุพรรณบุรี,อ่างทอง,กทม. แต่ผลที่ออกมาไม่ตอบสนองครุ่นคิดว่าจะส่งเสริมลูกชายอย่างไรดี?ถึงจะทำให้ฝันเป็นจริง ความโชคดีคือลูกชายเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันและเป็นรุ่นพี่ชนานันท์ ชวนไปคัด อสช.ธนบุรี คัดครั้งเดียวติดเข้าโครงการทันที ส่วนรุ่นพี่ข้างบ้านเดินทางไปคัด 5 ครั้งไม่ประสบความสำเร็จ ทุกวันนี้คุณพ่อยังนึกขอบคุณเพื่อนบ้านมากๆที่ช่วยให้ ชนานันท์ มีโอกาสก้าวเดินจนถึงเส้นทาง ฟุตบอล อาชีพ

 ช่วงเรียน ม.5 ร.ร.อัสสัมชัญ ธนบุรี  ช่วงนั้นฟอร์มของ ชนานันท์ ป้อมบุปผา ในระดับเยาวชนรายการต่างๆดีมาก โดยเฉพาะการติดทีมชาติชุด 19 ปี  ทำให้มีหลายสโมสรยื่นความจำนงจะให้เงินเดือนพร้อมขอลายเซ็นต์ไปครอบครอง ตอนนั้นมีทีมอย่าง ราชประชา ที่น่าจะเป็นทางเลือกเพราะมีนักเตะโรงเรียนอสช.ธนบุรี เล่นอยู่หลายคน แต่พ่อตัดสินใจไปเมืองทอง ยูไนเต็ด หลังคุยกับ โรเบิร์ต โปกูเรอ เหตุผลที่ทุกคนอาจจะคิดเหมือนๆกันคือการมีชื่อกับสโมสรใหญ่นับว่าประสบความสำเร็จ แต่กลับกันมุมมองของพ่อมองว่า การเลือกมาเมืองทองเพราะต้องการดูว่าลูกตัวเองจะขึ้นไปเบียด นักเตะ แถวหน้าของเมืองไทยยุคนั้นได้ดีแค่ไหน? แต่ก็เป็นการคิดใหญ่ที่เสี่ยงเพียงแต่ว่าเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของ”ชนานันท์” ที่พร้อมจะต่อสู้ ไม่นานก็สามารถลงสัมผัสเกมลีกสูงสุดในวัย 16 ย่าง 17 ปี  พร้อมกับร่วมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดกับเมืองทอง  ในมุมกลับกันที่พ่อคิดคือถ้าลูกไม่ประสบความสำเร็จลูกจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากคนเก่งๆนำไปต่อยอดตัวเองเมื่อไปอยู่ในสโมสรที่รองลงมาสัญชาติญาณในการเล่นจะถูกขับออกมาเพราะการต่อสู้ในสโมสรใหญ่ที่ผ่านมาจะได้ทั้งเรื่องของหัวใจและประสบการณ์สุดท้ายจนถึงทุกวันนี้จากเด็ก 16 ปีเศษๆที่ลงเล่นไทยลีกในอดีตก้าวย่างจนถึงวัย 27 ปี ก็โลดแล่นบนไทยลีก ลีกสูงสุดตลอดการต่อสู้ทั้งการเล่นให้ เมืองทอง,ตำรวจ,โอสถฯ,เทโรฯ,สุพรรณบุรี และ ปัจจุบันแบงค็อก ยูไนเต็ด

บอลอาชีพเปลี่ยนชีวิตครอบครัว

    เมื่อลูกชายเริ่มแตะฝันได้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด  ทุกคนในครอบครัวหันหน้ามาคุยกันจริงจังเพื่อส่งเสริมลูก ฟุตบอล อาชีพเรื่องของโอกาสกับเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ชนานันท์ ออกจากโครงการช้างเผือกแต่ยังเป็นนักเรียนปกติ ต้องเดินทางไป- กลับ จากลำลูกกา จ.ปทุมธานี ไป ร.ร.อสช.ธนบุรี ชานกทม.เกือบถึงนครปฐม เพียงแต่ว่าความพิเศษของการเดินทางในทุกวันต้องไปซ้อม ฟุตบอล อาชีพ พ่อจึงวางแผนให้แม่ไปรับไปส่งทุกวันออกจากปทุมธานี ตีสี่ครึ่ง ส่งถึงโรงเรียนช่วงเย็นต้องรีบไปรับและส่งไปสนามซ้อมเมืองทอง พร้อมรอรับกลับบ้าน ถึงบ้านสามทุ่มทำแบบนั้นจนลูกเรียนจบ ม.ปลาย แม่ทิ้งงานประจำส่วนพ่อแบกงานในส่วนของรายได้แม่ที่หายไปเพื่อให้ลูกเดินบนเส้นทาง ฟุตบอล อาชีพ มันคุ้มนะเพราะ “ทู”เองก็มุ่งมั่นขณะเดียวกันเขาไม่ใช่เด็กเกเร