ข่าวฟุตบอลไทย วัชรากร แข้งมหัศจรรย์ ข้างทาง สู่เจ้าของอะคาเดมี่

ข่าวฟุตบอลไทย วัชรากร แข้งมหัศจรรย์ ข้างทาง สู่เจ้าของอะคาเดมี่

22/05/2020
 ข่าวฟุตบอลไทย วัชรากร แข้งมหัศจรรย์ ข้างทาง สู่เจ้าของอะคาเดมี่

ข่าวฟุตบอลไทย วัชรากร แข้งมหัศจรรย์ ข้างทาง สู่เจ้าของอะคาเดมี่

ข่าวฟุตบอลไทย วัชรากร แข้งมหัศจรรย์ ข้างทาง สู่เจ้าของอะคาเดมี่เรื่องราวชีวิตของนักเตะที่ทีมงานฟุตบอลสยามหยิบมานำเสนอวันนี้น่าจะให้ข้อคิดกับหลายๆได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับการเลือกทางเดินชีวิต การใช้ชีวิตให้กับตนเอง

     เจ้าของเรื่องนี้อยากจะสะท้อนให้เห็นการเดินทางผิดของเขามอบเป็นวิทยาทานให้กับนักเตะรุ่นหลังๆได้นำไปใช้จะได้ไม่หลงเดินทางผิดในอดีตเช่นเขา

    อย่างไรก็ดีวันนี้ เขาผู้นี้ได้กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินโดยเฉพาะยังคงอยู่ในแวดวงลูกหนังเหมือนเดิมแต่ในบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของอะคาเดมี่ลูกหนังถึง 3 สาขาและมีแพลนที่จะเปิดอีก 3 เป็น 6 สาขาในเร็ววันนี้อีกด้วย

    เรากำลังพูดถึงนักเตะจากเมืองเหนือ จ.เชียงราย ใครจะไปเชื่อว่าพรสวรรค์ความสามารถด้านลูกหนังที่เขามีจะทำให้เด็กวัยละอ่อนที่กำลังจะก้าวสู่วัยรุ่นอย่างเขาได้เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองฟ้าอมรได้ร่ำเรียนกับสถาบันการศึกษาชื่อดังวงการลูกหนังขาสั้นบอลนักเรียนยุครุ่งเรืองวันวานอย่าง พ.ราชดำเนิน ที่เขามาเรียนระดับปวช.โดยใช้ความสามารถด้านลูกหนังที่ตัวเองมีเป็นใบเบิกทาง

 หลังไม่ได้ไปต่อกับ บีอีซี เทโรศาสน “เจ้าเบิร์ด” ต้องรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารเกณฑ์ ประจำที่ จ.ลพบุรี เล่นฟุตบอลให้กับหน่วยงานที่ตัวเองสังกัดในบอลทหาร และเล่นให้กับ ลพบุรี ฯ ในลีกล่างอยู่ 1 เลกกระทั่งปลดประจำการณ์ก็ได้ เล่นให้กับทีมบ้านเกิด และพา เชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นชั้นเล่นดิวิชั่น 1 ได้

    จากนั้น “เจ้าเบิร์ด” เกือบจะได้เป็นนักเตะของเมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ได้แค่มารักษาอาการบาดเจ็บก่อนจะถูกส่งให้ไปเล่นกับเอฟซี ภูเก็ต จากนั้นก็ไปเล่นให้ พะเยา เอฟซี และทีมสุดท้ายก่อนเจ้าตัวจะเลิกรา ก็คือ เชียงราย ซิตี้

    นอกเหนือจากเป็นนักเตะที่โชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าขวาที่เอ็นไขว้หน้าขาด, หมอนรองกระดูกฉีก ตอนเล่นให้กับเชียงราย ยูไนเต็ด จนต้องผ่าตัดและกลับมาก็ไม่เหมือนเดิม

    รวมถึงการใช้ชีวิตเสเพลที่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นคนติดเที่ยวหลงแสงสี ด้วยความอ่อนต่อโลก จากการมีเงินค่าเหนื่อยก้อนโตจากการเล่นฟุตบอล ทำให้ “เจ้าเบิร์ด” ต้องยุติการเป็นพ่อค้าแข้งก่อนวัยอันควร

 วันนี้ในวัย 34 ปีจากที่เคยเป็นนักเตะรูปหล่อหน้าตาดี กลายเป็นคนอ้วน โดยเคยมีน้ำหนักถึงเกือบ 90 กิโลกรัมทั้งๆที่สูงแค่ 170 เซนติเมตรเศษๆเท่านั้นแต่เจ้าตัวลดลงมาเหลือ 70 ปีปลายๆได้แล้ว ทำให้แทบไม่หลงเหลือความหล่อสมัยหนุ่มเลย แต่นั่นเป็นแค่สังขารภายนอก

    วันนี้ “เจ้าเบิร์ด” สลัดคราบความเป็นหนุ่มเพลย์บอยทิ้งไปหมดแล้วหลังแต่งงานมีครอบครัวกับ สาว อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีบุตร 2 คน โดยเจ้าตัวได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด

    หลายคนบอกว่าเขาน่าจะไปได้ไกลกว่านั้นแต่ด้วยการเป็นเด็กจากต่างจังหวัดและใช้ชีวิตไม่เป็นสมัยมีรายได้จากการเล่นฟุตบอลทำให้เจ้าตัวเป็นคนหลงไหลไปกับแสงสี บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องเลิกราก่อนเวลาอันควรขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันวันนี้หลายคนยังโลดแล่นในฐานะนักเตะอยู่

    วันนี้ “เจ้าเบิร์ด” ยังคงอยู่ในถนนสายลูกหนังที่เขาชื่นชอบ แต่ในฐานะของเจ้าของอะคาเดมี่ ที่ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ KK ACADEMY โดยอยู่ที่ สนาม ญาดา อารีน่า อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 1 แห่ง ที่บ้านเกิด อ.พญาเม็งราย ต.ไม้ยา 1 แห่ง และ ที่ อ.เชียงของ อีก 1 แห่ง “เบิร์ด” บอกว่า เขามีแผนจะเปิดอีก 3 เป็น 6 สาขา ในปีนี้

    “อดีตที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้ผมได้เป็นอย่างดี มันไม่สามารถย้อนวันเวลากลับมาได้ แต่วันนี้ที่ผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ได้สอนฟุตบอลให้กับเยาวชนก็เป็นสิ่งที่เขาในฐานะนักเตะเก่าภาคภูมิใจ โดยเขาจะปลูกฝังเยาวชนตลอดในการใช้ชีวิตโดยเอาตัวอย่างของตัวเองมาสอนไม่ให้ทำตัวเหลวไหล”

    “ใครที่เห็นชีวิตผมที่เดินทางผิดติดเที่ยวหลงใหลแสงสีผมอยากให้มองชีวิตผมเป็นเหมือนครูจะได้ไม่ประพฤติตัวเหมือนผม”

    ผู้ที่สนใจส่งบุตรหลานไปเรียนแต่คงต้องเป็นหลังจากที่ รัฐบาลปลดล็อคโควิด 19 ก่อน นั้นสามารถเข้าไปดู รายละเอียดได้ที่หน้า fanpage  KK academy

    ชีวิตคนเราหากเดินผิดพลาดไปแล้วแต่กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ลืมอดีตเลวร้ายทิ้งไปโอกาสจะประสพความสำเร็จก็ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อม เหมือนดั่งที่ “เจ้าเบิร์ด” ขาเฮ้วในวันวาน ที่วันนี้ทำธุรกิจอะคาเดมี่ลูกหนังที่ได้รับการตอบรับที่ดี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในวันนี้